First Entry & 24 Ys !

ตุลาคม 25, 2009 at 3:47 pm (Life)

ถ้าการเจริญเติบโตเหมือนกับการเดินขึ้นบันได วันนี้เป็นวันที่เดินขึ้นบันไดขั้นที่24 (แก่เนอะ) เราหวังว่ามันจะเป็นบันไดอีกขั้นหนึ่งซึ่งส่งให้เราสามารถก้าวไปหาบันไดขั้น อื่น ๆ ที่น่าสนใจต่อไปได้ เพราะชีวิตคนเรามันคงจะยาวอย่างเหลือเชื่อ

รวมๆแล้วก็ไม่มีอะไรมาก แค่แก่ลงไปอีกปี วันนี้ไปวัดกับแม่มาตอนเช้า ส่วนเมื่อวานก็ไปที่Central worldเดินเล่น คุย-กินข้าวกับแฟนนิดหน่อย ไม่มีอะไรมาก

เราหวังว่ามันจะเป็นอีกปีที่ดี และตั้งใจว่าจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องเรียนมากขึ้นกว่าเดิม รวมถึงหาเวลาให้กับการฝึกฝนตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะประมาณวันที่1นี้ก็จะย้ายเข้าไปอยู่ที่หอแล้ว น่าจะเสียเวลาไปกลับระหว่างมหาลัยกับที่พักน้อยกว่าตอนกลับบ้านทุกเย็น แล้วคงทำให้ทำการบ้านได้เร็วขึ้น มีเวลาฝึกอย่างอย่างอื่นมากขึ้นด้วย

อันที่จริงเพิ่งจะจบไฟนอลโปรเจคstopmotionและได้เอางานไปส่งกันเมื่อวัน จันทร์ที่ผ่านมานี้เอง เท่ากับว่าเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้หยุด ไม่ได้ปิดเทอมเท่าไหร่ มีเมื่อวันเสาร์ที่ไปเดินเล่นกับแฟนเท่านั้นที่พอจะเรียกว่าได้พักผ่อนจริง ๆ จัง ๆ …แต่ถึงยังไงก็เถอะ พรุ่งนี้วันจันทร์ก็เปิดเทอม2แล้ว ก็ต้องฮึดกันใหม่

วันที่ไปเซนเวิลด์ไปกินข้าวที่ร้าน La Casbah  เคยไปกินที่ร้านนี้มาก่อนสักพักมาแล้ว (จริง ๆ ตอนแรกจะไปอีกร้านหนึ่งแต่ฝนตกลงมาทำให้เราตัดสินใจเดินกันที่เซนเวิลด์แทน เพื่อความปลอดภัย เพราะพรุ่งนี้เราสองคนก็จะเปิดเทอมกันแล้ว กลัวไข้จะหามก่อน)

รอบก่อนหน้านี้เคยไปทานซี่โครงแกะ กับ พาสต้า4อย่าง เห็นว่าอร่อยดีก็เลยตัดสินใจกลับไปทานอีกรอบ (จริง ๆ ก็ถ่ายรูป+เอากล้องไปนะ แต่ถ่ายมานิดหน่อย ประกอบกับคนที่ไปด้วยติดจะอาย ๆ กล้อง ยกขึ้นมาก็หลบวิถีกระสุนตลอดเลย 555+ก็เลยเก็บกล้องลงไปเพื่อความสบายใจของคนนั่งข้าง ๆ ดีกว่า 555+ )

รอบนี้เราไปกินอะไรกันไม่มาก บวกกับฝนเองก็ตกลงมา แสงไม่ค่อยเข้าท่าสักเท่าไหร่ ก็เลยไม่ได้เอารูปมาลง  แอบน้อยใจแสงนิดหน่อย ถ่ายไม่ค่อยถนัด แต่เราก็คิดว่าตั้งใจว่าจุดประสงค์คือจะไปนั่งกิน คุยกันแบบพักผ่อนมากกว่า ก็เลยเลือกที่จะปล่อยตัวสบายๆทานข้าวไปมากกว่า

รอบนี้เราไม่เปรี้ยวกินเยอะเหมือนหนก่อน ๆ เพราะรอบนี้คนนั่งข้างก็กลัว ๆ ว่ากะเพาะเราจะเป็นอะไรไป ซึ่งเราก็เกรงใจตรงนี้ เพราะเวลาเราไม่สบายขึ้นมา คนที่พูดว่า ‘ไปหาหมอเถอะ’ แล้วไม่ได้พูดเปล่า ๆ แต่ต้องลำบากพาเรานั่งรถไปหาหมอจริง ๆ ก็เป็นคนที่นั่งข้างเรา ตอนกวาดตามองเมนู…เลยต้องระงับความอยากจะกินลงไปบ้าง555+

เราเลือกกินพาสต้า4อย่างเหมือนเดิมโดยตัดสินใจทานพาสต้าด้วยกันคนละครึ่ง แล้วสั่งอย่างอื่นมาคนละจานเราพยายามสั่งของที่กินง่ายกว่าครั้งที่แล้ว มันคงดีกว่าถ่อไปโรงบาลถึงแถบสาวรีย์บ่อย ๆ Orz เวลาทีมีปัญหาทางเดินอาหาร

แต่ยอมรับว่าตอนกินหมดแอบอยากกินของหวานนะ แต่ว่าหลัง ๆ กินน้อยลงแล้ว ก็เลยเหมือนกะเพาะจะหดลงมาก แค่ที่สั่งมาก็อิ่มแล้ว ถึงจะกินอย่างอื่นต่อได้แต่ก็ตัดสินใจหยุดดีกว่า แล้วนั่งคุยกันเรื่องเทอมใหม่

รู้สึกดีที่ได้พักผ่อนบ้าง ตอนแรกคิดว่าอะไร ๆ จะวุ่นวายมาก คงไม่ว่างทันวันเกิด แล้วคาดว่าอาจจะไม่มีวันพักก่อนเปิดเทอม เพราะไฟนอล ขนาดว่าอยากจะไปเจอกับพี่นิกานก็ยังพลาดไม่ได้ (นี่ขนาดว่าไปจนถึงในเมืองแล้วยังโดนโทรตามกลับไปที่มหาลัยอีก…คิดดู)

เรียกว่าเทอมนี้ทั้งเทอมไม่ได้ออกมาหาอะไรอร่อย ๆ กินเลย มีหนนี้หนเดียว แล้วปุ๊บปับก็เปิดเทอมวันพรุ่งนี้เสียก่อน

สำหรับร้านที่ไปกินข้าวกัน อาหารอร่อย ร้านมีคนแวะเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ มีบรรยากาศค่อนข้างเป็นส่วนตัวดี พนักงานบริการค่อนข้างดี แล้วก็มีส่วนระเบียงให้นั่งตากลมด้วย

ใครสนใจก็ลองไปทานดู

เลอ คาสบาฮ์ บาย เท็ดส์    (Le Casbah by Teds)

Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge
Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge Click to enlarge

แต่ไม่แนะนำให้ไปทานบ่อย ๆ (ฮา) อาหารราคาแบบนี้ ถ้าไม่ซะเหลือเกิน…การไปทานบ่อย ๆ ก็เหมือนฆ่าตัวตายได้เหมือนกัน ราคาก็น่ากลัวใช่ย่อย 555+ถึงจะไม่แพงมากจนเวอร์ก็เถอะ

สำหรับคนที่นาน ๆ จะว่างทีนึง อยากหาร้านที่ชัวร์เรื่องความสงบกับอาหารอร่อย ก็แนะนำลองไปทานดู ถือว่ารวม ๆ แล้วใช้ได้เลย

ปีนี้ได้ของขวัญวันเกิดแบบไม่เต็มใจ(ฮา)ผสมกับโชคชะตาพามา คือ แม่เราประกอบคอมให้น้องใหม่ เลยซื้อจอ SAMSUNG – 20″ มา เป็นwildscreen แต่น้องชายไม่เอา จะเอาจอเดิมเพราะจอมันยาวไป เล่นเกมส์แล้วมาราธอนลูกตามองไปซ้ายไปขวาแล้วเมื่อย จอดังกล่าวเลยตกมาอยู่กับเราแทน 555+ แต่….สีสดจ๊อดมากแม่เจ้าประคุณ ตอนเพนต์รูปสีคงเพี้ยนสะเดิดแน่ (คงต้องปรับกันหน่อย ตามอัตภาพ Orz)

กับเมื่อตอนต้นเดือน จู่ ๆ ในธนาคคารมีเงินงอกขึ้นมาทีละ500ทีละ1000 หาสาเหตุไม่ได้ ตอนแรกตื่นตระหนกมาก ไม่รู้มันมาจากไหน แอบคิดว่าอาจจะมีคนโอนมาผิด แต่ปรากฏว่าพวกเพื่อนแก๊งค์ดั้งเดิมโอนมาให้ บอกว่าไม่มีเวลามาเจอกันแน่ ๆ (เป็นเราเองที่ไม่ว่าง) เลยโอนเงินมาให้กัน3-4คน ให้ไปหาของชอบเอาเอง ….ฟังดูดีนะแก 555+ แต่จริง ๆ แล้วขี้เกียจคิดหาของขวัญมากกว่าใช่ไหม๊หื๊ออออ 555+

วันเสาร์กลับบ้านมา ได้รับของขวัญจากพี่ข้างบ้านสมัยเด็ก ๆ เป็นหมอนขนสีม่วง(ม่วงจริง ๆ นะ ม่วงเลย) ผ้านิ้มมาก หมอนนิ่มมากด้วย ดีใจ…กะว่าจะเอาไปใช้ที่หอด้วย

กับอย่างสุดท้าย คือสมุดภาพ CG painting 2 (ไม่ใช่ของไทยนะ)

digital_painting_2.jpg (20254 bytes)

เล่มนี้ต่างหาก เป็นเล่มที่อยากได้มานานมาก เพราะเราอยากจะพัฒนางานไปทางreallistic แฟนซื้อให้เพราะเห็นว่าเคยวนเวียนไปดูที่Kinokuniyaบ่อย ๆ …จริง ๆ ตั้งใจว่าจะหารกันคนละครึ่ง เพราะเกรงใจ แต่หลัง ๆ ออกแนวพาหลบไม่ให้เห็น จะได้ไปซื้อไอ้ที่ราคาถูก ๆ กว่านี้มากกว่า 555+ (ยังไงก็เถอะ เกรงใจ…อีกอย่างก็ยังเรียนไม่จบด้วยน่ะนะ ตอนคนจะซื้ออะไรให้ก็เกรงใจพ่อแม่เค้านิดนึง -_-‘)

แต่หลบไปหลบมาก็ไม่พ้น…แถมโดนเอาคืนด้วยการไม่ให้ช่วยออกอีกต่างหาก Orz เวรกรรม

รวม ๆ แล้วเหมือนเป็นEntryเล่า ๆ เรื่อย ๆ มากกว่า…อายุก็เยอะแล้ว (ฮา) เลยไม่มีอะไรพิเศษเยอะแยะ เน้นพักผ่อนส่วนใหญ่ เพราะก็ใกล้เปิดเทอมแล้วด้วย

คิด ๆ ดูชักเริ่มรู้สึกเหมือนกันว่าช่วงปีสองปีนี้คงไม่ค่อยจะว่าง แต่ถ้าจบแล้วทำงานคงว่างเป็นเวลาล่ำเวลากว่านี้หน่อย จะออกไปมีตติ้งคงจัดเวลาได้ง่ายกว่าตอนนี้ เพราะงานมันสุมเหลือเกิน อย่างเทอมใหม่นี้ก็ล่อเข้าไป 7 ตัวใน…เกินทน แต่คงต้องทนกันอีกชุดใหญ่ แต่คงไม่เป็นไร เพราะจะว่าไปแล้วเทอมที่ผ่านมาก็6ตัวใน น้อยกว่ากันตัวเดียว

จริง ๆ รู้สึกว่าตัวเองโชคดี เพราะมาอยู่มหาลัยนี่ เพื่อนปี1ด้วยกันที่อยู่กลุ่มเดียวกันนิสัยดี ขยัน ช่วยเหลือกันในกลุ่มอย่างดี เราก็เลยพลอยได้อานิสงฆ์บางเรื่องเบาลงไปในบางเวลา ถึงจะเรียนไม่เหมือนกัน แต่ว่าก็มีกลุ่มให้ทำงานของปี1ด้วยกันได้

หลาย ๆ อย่างเราเริ่มทำใจแล้วไม่ค่อยนึกถึง เพราะงานเยอะ ความยุ่งกับงานทำให้เราต้องเลือกให้เวลากับเรื่องเรียนมากกว่าเรื่องวุ่นวาย บางอย่าง แต่ก็เหมือนตัวเองกลายเป็นคนหลังเขานิดหน่อย แต่เพราะมันจำเป็น คนเรามีเวลาแค่24ชม. แล้วเราก็เลือกจะให้เวลากับเรื่องเรียนก่อน

ครอบครัวเราเองก็ไม่ใช่ว่ามีสมบัติเก่าให้เก็บกิน ไอ้หวังจะไปดิ้นตายเอาดาบหน้าคงทำไม่ได้จริง ๆ รู้ตัวว่าเป็นคนพ่ายเรื่องบางเรื่องทำให้ใช้เงินเปลืองในบางอย่างอยู่ แต่ก็คิดว่าถ้าอย่างนั้นก็มีแต่จะต้องรับผิดชอบตัวเองให้ได้ มันก็เลยรู้สึกว่า เรื่องที่เรียนอยู่มีค่า ต้องให้ความสำคัญก่อน

อีกปีสองปีข้างหน้า…ถ้าจะเที่ยวเล่นบ้าง มีตติ้งบ้างตอนวันหยุดก็คงไม่สายเกินไป

แต่ก็รู้มาว่าหลายคนเกรดตก เพราะเจออิสรภาพจากมัธยมมาเป็นมหาลัยทำให้เล่นเพลิน…บางทีมองคนที่เด็ก กว่าบางคนแล้วเสียใจเพราะโอกาสที่จะได้ทำเรื่องที่ชอบตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ นั้น เราไม่มีอย่างเขา แต่เขาก็ไม่รักษาโอกาสนั้นสักเท่าไหร่

มันเป็นเรื่องที่ทำให้เราทุกข์เหมือนกัน ที่อายุมากแล้วยังศึกษาไม่เสร็จแบบนี้ แต่ก็วนไปมาแบบคนหลงทาง แต่ก็ยังดีกว่ายังหาทางออกเจอ ดีกว่าไม่มีวันหาเจอเลย

เราเองก็รู้สึกว่าข้อดีของการที่อายุเท่านี้แล้วเพิ่งเข้า มาเรียนในสังคมมหาลัยมันก็มีอยู่ คืออายุขนาดนี้เราก็มีสติระดับหนึ่งแล้ว และคิดว่ามันมากกว่าถ้าจะเป็นตัวเองตอนอายุ18-19แล้วเข้ามาตามเกณฑ์ ทำให้เรามีการจัดระบบให้ตัวเองได้ดีกว่าบางคน ถือเป็นข้อดีในข้อที่ไม่ค่อยจะดีหลาย ๆ ข้อ

อย่างน้อยความล่าช้าก็ยังให้จุดแข็งกับชีวิตนักศึกษาของเรา

ปีนี้คงเป็นปีที่ดี ทุกวันก็คงจะสดชื่นเหมือนเดิม ขอบคุณหลาย ๆ คนที่เอาใจใส่ดูแลถามไถ่เรา บางคนไม่เคยหายไปไหนเลย คอยโทรมาถามไถ่เป็นพัก ๆ สั้นบ้างยาวบ้าง ขอบคุณจริง ๆ

เรื่องนี้มันวัดใจกันเห็นชัดเลยนะว่าใครรักเราจริง คิดถึงเราจริง เราจะรู้ได้ในเวลาแบบนี้นี่แหละ

เราก็หวังว่าคนอื่นจะมีวันเกิดที่สดชื่นสงบสุขแบบเราเช่นกัน
ใครเรียนหนักอย่าเพิ่งท้อ…อย่างน้อยเราก็เหมือนกันนะ(หัวเราะ) มาอดทนไปด้วยกัน

ปล.เกรดยังออกไม่ครบ แต่ตอนนี้เกรดรวมอยู่ที่3.87 ยังขาดเกรดอีก2วิชา ลุ้นอยู่ว่าอีก2ตัวจะฉุดขึ้นหรือฉุดลง ถ้าได้ A อีกสักตัวก็คงดีหรอก 555+ (โดนบางคนเตะ…แต่ก็นะ ไม่ได้วอรี่กับA กับ B หรอก แต่เห็นว่ามันเป็นAมันสบายใจมากกว่า เหมือนเป็นหลักประกันว่าฉันได้เรียนเต็มที่จริง ๆ ไม่ได้ผ่านวิชานั้นมาอย่างย่อหย่อน แต่ก็รู้แหละว่าสาขาอาชีพนี้เกรดไม่ช่วยอะไรเลยเมื่อเรียนจบ ก๊าก !)

Permalink ให้ความเห็น